หน้าแรก > ความรู้ทั่วไป > อนุญาตต่างด้าวทำธุรกิจในไทยอีก 23 รายส่งท้ายไตรมาส 3 เม็ดเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท

อนุญาตต่างด้าวทำธุรกิจในไทยอีก 23 รายส่งท้ายไตรมาส 3 เม็ดเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท

    เรื่อง อนุญาตต่างด้าวทำธุรกิจในไทยอีก 23 รายส่งท้ายไตรมาส 3 เม็ดเงินลงทุนกว่า
    700 ล้านบาท

นางสาวอุรวี เงารุ่งเรือง รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเปิดเผยว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 21กันยายน 2554 ที่ประชุมฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 23 ราย มีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 704 ล้านบาทและการจ้างงานคนไทยจำนวน 276 คน

ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 นี้
มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 41 แต่เงินลงทุนลดลงร้อยละ 73 เนื่องจากในปี 2553 มีการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และบริการทางการเงินซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง

ส่วนในเดือนกันยายน 2554 ธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2554 ร้อยละ 5 และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2553 จำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นร้อยละ 21

ทั้งนี้ ในเดือนกันยายน 2554 มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ ดังนี้
– ธุรกิจบริการ จำนวน 15 ราย (คิดเป็นร้อยละ 65 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 517 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการให้กู้ยืมเงินและให้เช่าพื้นที่ให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม รองลงมาเป็นบริการโดยเป็นคู่สัญญากับภาคเอกชนในการจัดหา ติดตั้ง ทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ในโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ โรงงานผลิตยางสังเคราะห์ เป็นต้น ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก และสาธารณรัฐประชาชนจีน

– ธุรกิจสำนักงานผู้แทน/สำนักงานภูมิภาค จำนวน 5 ราย (คิดเป็นร้อยละ 22 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต)มีเงินลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะทางเศรษฐกิจ การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และสาธารณรัฐเกาหลี

– คู่สัญญากับภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ จำนวน 2 ราย (คิดเป็นร้อยละ 9 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 168ล้านบาท ได้แก่ บริการขุดเจาะปิโตรเลียมให้แก่ บริษัท
ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจ จำนวน 5 ลำ ให้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้สัญญาจ้างทำการซ่อมบำรุงอากาศยานและฝึกอบรมช่างระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่ สิงคโปร์และหมู่เกาะเคย์แมน

– ธุรกิจค้าปลีก จำนวน 1 ราย (คิดเป็นร้อยละ 4 ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต) มีเงินลงทุนจำนวน 4 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกเคมีภัณฑ์ไฮเปอร์คลีน (Hyperclean)ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดเลนส์ และจอภาพของสินค้าประเภทต่างๆ ภายใต้เครื่องหมายการค้า ที่ผลิตโดยบริษัทในเครือให้แก่บริษัทที่ระบุชื่อ จำนวน 5 บริษัท ประเทศที่เข้ามาลงทุนได้แก่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: